วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แบบทดสอบ O-NET ม. 6 (คอมพิวเตอร์)



1.ข้อใดเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายทั้งหมด.     
 1.  Wi-Fi  ,  IP              2.  Wi-Fi  ,Bluetooth      

 3.  3G  ADSL                4.  3G    Ethernet

เฉลยข้อ  2


2.ข้อใดไม่ใช่ข้อเสียของการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์. 
1.  การทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์มีความผิดทางอาญา  
2.  เป็นช่องทางหนึ่งในการระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์    
3.  ผู้ใช้จะไม่ได้รับการบริการจากผู้พัมนาถ้าหากมีปัญหาการใช้งาน   
4.  ทำให้ผู้พัมนาซอฟแวร์ไม่มีรายได้เพื่อประกอบการและพัฒนาต่อไปได้
ฉลยข้อ  2

3.ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด.  
1.  การบันทึกข้อมูลลงแผ่นดีวีดีใช้เทคโนโลยีแบบแม่เหล็ก    
2.  หมายเลขไอพีเป็นหมายเลขที่ใช้กำกับ  Network Interce Card 
3.  หน่วยความจำสำรองเป็นหน่วยความจำที่มีคุณลักษณะแบบ Volntile  
4.  รหัส ACIIและEBCIDICเป็นการวางรหัสตัวอักษรที่ใช้ขนาด  8 บิด

เฉลยข้อ  3 


4.ห้องสมุดแห่งหนึ่งต้องการพัมนาระบบยืมหนังสือโดยสามารถบันทึกข้อมูลการยืมหนังสือลงบนบัตรอิเลคโทรนิกส์โดยไม่ต้องเขียนด้วยมือระบบนี้ควรใช้เทคโนโลยีในข้อใด.  
1.  Smart  Card          2.  Fingerprint     
3.  Barcode                 4.  WiFi

เฉลยข้อ  3


5.ผู้ประกอบอาชีพเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ต้องเชี่ยวชาญความรู้ด้านใดบ้างจากตัวเลือกต่อไปนี้.  
ก.  ฮาร์แวร์คอมพิวเตอร์       ข.  ระบบปฎิบัติการ   ค.  เว็บเซิร์ฟเวอร์   ง.  HTML    จ.  ระบบฐานข้อมูล               ฉ.  ภาษาจาวา(Java)

1.  ข้อ  ก และ ค           2.  ข้อ  ข  และ  จ  
3.  ข้อ  ค  และ  ง         4.  ข้อ  ค  และ  ฉ

เฉลยข้อ  3


6.ข้อใดเป้นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเมื่อค้นคว้าหาข้อมูล
จากอินเทอร์เนตมาทำรายงาน.    
1.  คัดลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์   
2.  ใช้เนื้อหาจากกระดานสนทนา(Web board)มาใส่ในรายงาน
3.  นำรูปภาพจากเว็บไซต์มาใส่ในรายงาน  
4.  อ้างอิงชื่อผู้เขียนบทความ

เฉลยข้อ  4


7.ข้อใดไม่ใช่ระบบปฏิบัติการที่นำมาใช้บนอุปกรณ์พกพาประเภท  Smartphone.
     1.  Ubumtu     2.  Iphone  os     3.  Android   4.  Symbian

เฉลยข้อ  1


8.ไฟล์ประเภทใดในข้อต่อไปนี้เก็บข้อมูลในลักษณะตัวอักษร.    
 1.  ไฟล์เพลง  MP 3 (mp 3)    
 2.  ไฟล์รูปประเภท  JPEG (jpeg)  
 3.  ไฟล์แสดงผลหน้าเว็บ (html)   
 4.  ไฟล์วีดีโอประเภท  Movie (movie)

เฉลยข้อ  3


9.ลิขสิทธิ์โปรแกรมประเภทรหัสเปิด(Open Source)อนุญาตให้ผู้ใช้ทำอะไรได้บ้าง
ก.  นำโปรแกรมมาใช้งานโดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์        
ข.  ทดลองใช้โปรแกรมก่อนถ้าพอใจจึงจ่ายค่าลิขสิทธิ์ 
ค.  แก้ไขปรับปรุงโปรแกรมเองได้

1.  ข้อ  ก กับ  ข้อ  ค     2.  ข้อ  ข  กับ  ข้อ  
3.  ข้อ  ข  อย่างเดียว     4.  ข้อ  ก  อย่างเดียว

เฉลยข้อ  4


10.กระบวนงานในข้อใดเกิดขึ้นเป็นสิ่งแรกเมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์. 

1.  เช็คสถานของระบบปฏิบัติการ     
2.เช็คสถานของแป้นพิมพ์ เมาส์และจอแสดงผล   
3.  หน่วยประมวลผลกลางประมวลชุดคำสั่งในหน่วยความจำหลักแบบแก้ไขได้(RAM)     
4.  หน่วยประมวลผลกลางประมวลชุดคำสั่งในหน่วยความจำหลักแบบอ่านได้อย่างเดียว

เฉลยข้อ  3


ที่มา:https://krupaga.wordpress.com

         :https://krupaga.wordpress.com

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Function PH



Function ในภาษา PHP มาอยู่ 4 ชนิดคือ

1.ฟังก์ชั่นภายใน (invoking a function)

2.ฟังก์ชั่นที่สร้างขึ้นมาเอง (creating a function)


3.ฟังก์ชั่นซ้อนฟังก์ชั่น (nesting function)


4.ฟังก์ชั่นเรียกตัวเอง (recursive function)





1. ฟังก์ชั่นภายใน


         เป็นฟังก์ชั่นพื้นฐานที่มากับ php มีราวๆ พันกว่าฟังก์ชั่น  ซึ่งจะครอบคลุมการทำงานพื้นฐา่นทั้งหมดของการเขียนโปรแกรม PHP จนบางครั้ง เราสามารถเขียนโปรแกรมที่ทำงานได้จริงโดยไม่จำเป็นต้องเขียนฟังก์ชั่นเพิ่มเติมเลยแม้แต่ฟังก์ชั่นเดียว เหมือนที่ผมเคยได้ยินมาว่า

      ตัวอย่างฟังก์ชั่นภายใน ผมขอยกตัวอย่างฟังก์ชั่น pow() ถ้าหากเปิดดู help จะเขียนเป็นลักษณะนี้

number pow ( number $base, number $exp )

number คือ ค่าที่ฟังก์ชั่นนี้ส่งกลับออกมา (return) ซึ่งเดี๋ยวเราค่อยมาอธิบายกัน
pow คือ ชื่อฟังก์ชั่น
(number $base, number $exp) คือ ค่าที่ต้องส่งให้ฟังก์ชั่นนี้ โดย 
number หมายถึงชนิดของค่า (datatype) ที่ต้องส่งไปให้

พราะฉะนั้น ฟังก์ชั่น pow() เราต้องส่งค่าให้จำนวน 2 ค่า เมื่อฟังก์ขั่นทำงานเสร็จแล้วจะคืนค่ากลับมาเป็นชนิดตัวเลข

ตัวอย่าง
1  <?php
2  echo pow(5,2);  // พิมพ์ค่า 5 ยกกำลัง 2 ออกทางหน้าจอเลย
3  echo "<br />";
4  echo "ผลลัพท์ของ 5 ยกกำลัง 2 คือ " . pow(5,2);
5  ?>



2.ฟังก์ชั่นที่สร้างขึ้นมาเอง

       เป็นฟังก์ชั่นที่สร้างขึ้นมาเอง เพื่อให้ทำงานนอกเหนือจากฟังชั่นที่มีอยู่ใน PHP หรือเราต้องการให้โปรแกรมทำงานตรงกับความต้องการของเรา

ตัวอย่าง

1<?php
2   function cmdevhub() {
3        echo "welcome to cmdevhub";
4    }
5
6    // เราสามารถเรียกฟังก์ชั่นได้โดยเรียกจากชื่อฟังก์ชั่น
7
8    cmdevhub(); // พิมพ์ welcome to cmdevhub

9  ?>
    
    


 3.ฟังก์ชั่นซ้อนฟังก์ชั้น (Nesting Function)

ตัวอย่าง

1 <?php
2    function cal_tax ($price, $tax) {
3       function cal_vat ($total) {
4            return $total * 0.07;
5       }
6        $price += $price * $tax;
7       echo "จำนวนเงินทั้งหมดหลังรวมภาษี " . $price . " หลังรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม " . ($price + cal_vat($price));
8   }
9   cal_tax(1500, 0.1); // ผลลัพธ์ 1650 , 1765.5
10   echo "<br />";
11    echo cal_vat(100);  // ผลลัพธ์ 7

12   ?>



4.ฟังก์ชั่นเรียกตัวเอง (Recursive Function)

      ฟังก์ชั่นเรียกตัวเอง ใช้สำหรับทำงานซ้ำๆ กันโดยที่เราไม่รู้จำนวนรอบในการทำงาน โดยจะมีจุดสิ้นสุดการทำงานอยู่ในฟังก์ชั่นเองอยู่แล้ว เพื่อให้ฟังก์ชั่นหยุดการทำงาน การเขียนฟังก์ชั่นแบบเรียกตัวเอง จะลดระยะเวลาในการเขียนโปรแกรมไปได้อย่างมาก แต่ปัญหาคือการออกแบบและเขียนได้ยากมาก ทำให้ไม่ค่อยได้เห็นคนเขียนฟังก์ชั่นแบบนี้กันเท่าไหร่

ตัวอย่าง

1<?php
2    function fibo($num) {
3       if ($num == 1 || $num == 2) {
4           return 1;
5      }
6       else {
7           return fibo($num - 1) + fibo($num - 2);
8      }
9   }
10
11  echo fibo(20);
12 ?>











วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Database คืออะไ




          Database (ฐานข้อมูล) เป็นกลุ่มของข้อมูล ที่มีการจัดการเพื่อทำให้ เข้าถึง จัดการและปรับปรุงได้ง่าย ประเภทของฐานข้อมูล ที่เด่นมาก คือ relational database ซึ่งฐานข้อมูลเก็บข้อมูลในแบบของตาราง ทำให้สามารถจัดการและเข้าถึงได้หลายวิธี distributed database เป็นฐานข้อมูลที่สามารถกระจายและ replicate ระหว่างจุดต่าง ๆ บนเครือข่าย object-oriented programming database หมายถึงข้อมูลที่กำหนดในอ๊อบเจค class และ subclass



          Database เป็นที่เก็บรวบของเรคคอร์ดข้อมูล หรือไฟล์ เช่น รายการการขาย รายการผลิตภัณฑ์ คลังสินค้า หรือรายละเอียดของลูกค้า โดยปกติผู้จัดการฐานข้อมูลให้ผู้ใช้ สามารถควบคุมการอ่าน เขียน เข้าถึง ระบุการ การสร้างรายงาน และวิเคราะห์การใช้ ฐานข้อมูล และผู้จัดการฐานข้อมูล มีบทบาทเด่นในระบบเมนเฟรม ระบบเวิร์กสเตชัน ระบบขนาดกลาง เช่น AS 400 และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ภาษา Structured Query Language เป็นภาษามาตรฐาน สำหรับการสร้าง คิวรี่ ในปรับปรุงฐานข้อมูล เช่น IBM's DB2, Microsoft Access , Sybase และ Computer Associates


ประโยชน์ของฐานข้อมูล

1 ลดการเก็บข้อมูลที่ซ้ำซ้อน ข้อมูลบางชุดที่อยู่ในรูปของแฟ้มข้อมูลอาจมี

ปรากฏอยู่หลาย ๆ แห่ง เพราะมีผู้ใช้ข้อมูลชุดนี้หลายคน เมื่อใช้ระบบฐานข้อมูลแล้วจะช่วยให้

ความซ้ำซ้อนของข้อมูลลดน้อยลง


2 รักษาความถูกต้องของข้อมูล เนื่องจากฐานข้อมูลมีเพียงฐานข้อมูลเดียว ใน

กรณีที่มีข้อมูลชุดเดียวกันปรากฏอยู่หลายแห่งในฐานข้อมูล ข้อมูลเหล่านี้จะต้องตรงกัน ถ้ามีการ

แก้ไขข้อมูลนี้ทุก ๆ แห่งที่ข้อมูลปรากฏอยู่จะแก้ไขให้ถูกต้องตามกันหมดโดยอัตโนมัติด้วย

ระบบจัดการฐานข้อมูล


2.3 การป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลทำได้อย่างสะดวก การ

ป้องกันและรักษาความปลอดภัยกับข้อมูลระบบฐานข้อมูลจะให้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น 

ซึ่งก่อให้เกิดความปลอดภัย(security) ของข้อมูลด้วย

db11